• slide1
  • slide3
  • slide1
  • slide3

ข้อมูลข่าวสาร

 

ประเด็น คำถาม - คำตอบ การสัมมนาผู้รับอนุญาตจัดหางานให้คนหางานทำงานในประเทศ เมื่อ 15 ก.พ.54

web content กองตรวจและคุ้มครองคนหางาน 2/10/2555 11:24:15

ประเด็น คำถาม - คำตอบ การสัมมนาผู้รับอนุญาตจัดหางานให้คนหางานทำงานในประเทศ เมื่อ 15 ก.พ. 54

คำถาม – คำตอบ
การสัมมนาผู้รับอนุญาตจัดหางานให้คนหางานทำงานในประเทศภาคเอกชน
เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ *********

๑. ถาม การเรียกเก็บค่าบริการจัดหางานจากคนหางาน และการเรียกเก็บเงินค่าบริการผู้ว่าจ้างมี
ข้อกำหนดหรือไม่ อะไรบ้าง
ตอบ * การเรียกเก็บค่าบริการจากคนหางาน ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.๒๕๒๘ และแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๗ และประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง กำหนดอัตราค่าบริการและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากคนหางาน (ฉบับที่ ๔) ได้กำหนดไว้คือ ผู้รับอนุญาตจัดหางานในประเทศจะเรียกหรือรับค่าบริการจากคนหางานได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบห้าของค่าจ้างรายเดือนที่คนหางานจะได้รับจากนายจ้างในเดือนแรก หรือในระยะเวลาสามสิบวันแรกที่คนหางานเข้าทำงาน
* กรณีการเรียกรับค่าบริการการจัดหางานจากนายจ้าง / สถานประกอบการ ไม่มีข้อ
กฎหมายบัญญัติไว้แต่อย่างใด สามารถเรียกเก็บได้ตามแต่จะตกลงกัน

๒. ถาม กรณีนายจ้าง / สถานประกอบการ มีสถานที่ทำงานอยู่ต่างจังหวัด ใช้บริการของบริษัท
จัดหางานให้หาผู้สมัครงานให้ จะต้องแจ้งนายทะเบียนหรือไม่
ตอบ กรณีนี้ถ้าเป็นการประสานงานกันทางโทรศัพท์ โทรสาร อีเมล์ หรือสื่ออื่นๆ เพื่อให้หาผู้สมัครงานให้ สามารถติดต่อประสานงานกันได้โดยไม่ต้องแจ้งให้กรมการจัดหางานทราบแต่อย่างใด แต่หากเป็นกรณีที่บริษัทจัดหางานพาทีมงานไปตั้งบูธเพื่อรับสมัครนอกจากจังหวัดที่ได้รับอนุญาต เช่น ได้รับอนุญาตให้จัดหางานในเขตกรุงเทพฯ ตามใบอนุญาตจัดหางาน แต่ประสงค์จะไปรับสมัครงานที่จังหวัดระยอง เป็นเวลา ๑ หรือ ๒ วัน กรณีนี้ต้องขออนุญาตจัดหาคนหางานจากจังหวัดอื่นจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง เพื่อที่จะได้ประสานงานไปยังจังหวัดนั้นเพื่ออำนวยความสะดวกต่อไป

๓. ถาม การขอแจ้งข้อความการโฆษณาจัดหางาน ต้องแจ้งข้อความเป็นภาษาไทยเท่านั้นหรือไม่
ตอบ สำหรับการยื่นขอแจ้งข้อความโฆษณาจัดหางานกับกรมการจัดหางานจะเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ แต่หากเป็นภาษาอื่นนอกจากนี้ จำเป็นต้องแปลเป็นภาษาไทยด้วย เนื่องจากไม่ใช่ภาษาสากล

๔. ถาม การแจ้งข้อความการโฆษณาจัดหางานในตำแหน่งงานซึ่งเป็นลูกจ้างของบริษัทจัดหางานเอง
ต้องแจ้งนายทะเบียนจัดหางานหรือไม่
ตอบ กรณีนี้ไม่ต้องแจ้งต่อนายทะเบียนจัดหางาน เนื่องจากไม่ได้แจ้งเพื่อเป็นตัวกลางในการจัดหางาน
เพื่อหาลูกจ้างให้แก่นายจ้างเป็นการรับสมัครคนหางานเพื่อเข้าทำงานกับบริษัทจัดหางานโดยตรง นิติสัมพันธ์
ระหว่างบริษัทจัดหางานกับคนหางาน มีความเกี่ยวข้องกันในฐานะเป็น “นายจ้าง” กับ “ลูกจ้าง”

๕. ถาม กรณีที่มีการใช้พื้นที่ด้านนอกสำนักงานบางส่วน เช่น วางตู้เติมเงินมือถือ, ตู้ทำกุญแจหรือตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ จะเป็นการผิดกฎ ระเบียบของการจัดหางานหรือไม่ และสามารถทำได้หรือไม่
ตอบ สามารถกระทำได้ ไม่มีกฎหมายห้ามไว้แต่อย่างใด

๖. คำถาม ถ้าสมมุติว่ายื่นจดทะเบียนลูกจ้างแล้ว ลูกจ้างตรวจพิมพ์ลายนิ้วมือไม่ผ่าน จะต้องขึ้นทะเบียนลูกจ้างใหม่หรือไม่ ต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป
ตอบ ลูกจ้างพิมพ์ลายนิ้วมือไม่ผ่านที่กรมการจัดหางานจะไม่รับจดทะเบียนมีเพียงกรณีเดียวคือ ตาม
พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.๒๕๒๘ มาตรา ๙ (๑๐) คือ “ได้รับโทษจำคุก
โดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกในความผิดที่กฎหมายให้ถือเอาการกระทำ
โดยทุจริตเป็นองค์ประกอบ” ซึ่งการได้รับโทษจำคุกนั้นต้องหมายถึงการจำคุกจริงๆ ถ้าเพียงแต่ได้รับ
โทษจำคุกแต่ให้รอลงอาญาไว้ก่อน กรณีนี้ยังไม่ถือว่าขาดคุณสมบัติที่จะสามารถจดทะเบียนได้
๗. ถาม ถ้าจ้างงานเป็นสัญญา ๓ เดือน ต้องจดทะเบียนลูกจ้างหรือไม่
ตอบ พระราชบัญญัติจัดหางานฯ กำหนดให้ลูกจ้างหรือบุคคลที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการจัดหางาน
ต้องจดทะเบียนลูกจ้างจัดหางานต่อนายทะเบียนโดยทันที นับตั้งแต่วันที่มีการตกลงว่าจ้างและเข้ามา
ปฏิบัติงานในสำนักงาน ไม่ว่าสัญญาจ้างจะกำหนดระยะเวลาหรือไม่ก็ตาม ส่วนกรณีกรรมการบริษัทมี
หลายคน โดยกรรมการหนึ่งคนมีอำนาจลงนามผูกพันและประทับตราสำคัญนิติบุคคล ซึ่งหมายถึง ผู้ที่
ขอใบอนุญาต ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนลูกจ้างจัดหางาน ส่วนกรรมการคนอื่นที่ทำหน้าที่เพิ่มเติม
นอกเหนือจากกรรมการบริหารของบริษัทฯ เช่น เป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาด ผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศ
ของบริษัทจัดหางานต้องจดทะเบียนลูกจ้างจัดหางาน และหากลูกจ้างจัดหางานลาออกต้องแจ้งขอ
ยกเลิกต่อนายทะเบียนจัดหางาน

๘. ถาม สัญญาจัดหางานถ้าผู้สมัครส่งเอกสารกลับเป็นทางโทรสาร หรืออีเมล์ ได้หรือไม่ โดยไม่ต้อง
ส่งคืนเป็นต้นฉบับ
ตอบ ตามกฎหมายไม่สามารถทำได้ เนื่องจากหากเกิดมีคดีความถึงชั้นศาลขึ้นมาต้องใช้ฉบับจริงเท่านั้น

๙. ถาม การยื่นขอแจ้งข้อความการโฆษณาจัดหางาน จะขอแจ้งทางอีเมล์ได้หรือไม่ เพราะปัจจุบันมีการ
ติดต่อสื่อสารกันทางอินเตอร์เน็ตเป็นส่วนใหญ่
ตอบ ขอรับไว้พิจารณา ผลเป็นอย่างไรจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง


๑๐. ถาม การจัดทำทะเบียนคนหางาน (แบบ จง.๔๓) สำหรับกรณีบริษัทจัดหางานที่ไม่เรียกเก็บเงิน
ค่าบริการจากคนหางาน ยังจำเป็นหรือไม่ เพราะพิจารณาดูแล้วทำให้เสียเวลาและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย
โดย ไม่จำเป็น
ตอบ พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ยังคงกำหนดให้ผู้รับอนุญาตต้องจัดทำทะเบียนคนหางานอยู่ แต่อาจอนุโลมให้ท่านจัดเก็บข้อมูลไว้ในระบบคอมพิวเตอร์แทนการจัดเก็บเป็นเอกสารได้ ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ขอดูก็สามารถเปิดให้ดูได้ โดยอาจสำรอง File ไว้เพื่อป้องกันการสูญหายได้

๑๑. ถาม สถานศึกษาจะโฆษณาตำแหน่งงานและรับสมัครงานโดยผ่านเว็บไซต์ของสถานศึกษา จะทำ
ได้หรือไม่ เข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.๒๕๒๘ หรือไม่
ตอบ ถ้าสถานศึกษาโฆษณาตำแหน่งงานและรับสมัครงานให้เป็นบุคลากรของสถานศึกษานั้นๆ โดยตรง ไม่เข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.๒๕๒๘ แต่อย่างใด

๑๒. ถาม เรื่องการต่ออายุใบอนุญาตจัดหางาน ต้องทำการตรวจสอบประวัติและความประพฤติอีกครั้ง
หรือไม่
ตอบ ใบอนุญาตจัดหางานมีอายุ ๒ ปี กฎหมายกำหนดให้ผู้รับอนุญาตต้องยื่นคำขอต่ออายุ
ใบอนุญาตก่อนใบอนุญาตหมดอายุอย่างน้อย ๓๐ วัน หากไม่ดำเนินการตามนี้ใบอนุญาตของท่าน
จะสิ้นสภาพ ซึ่งในขั้นตอนของการต่ออายุใบอนุญาตจำเป็นต้องตรวจประวัติและความประพฤติอีก
ครั้ง เพื่อเป็นการทบทวนคุณสมบัติของท่านว่าภายในระยะเวลา ๒ ปีที่ผ่านมาประวัติของท่านมี
การเปลี่ยนแปลงจนถึงขั้นทำให้ขาดคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่

๑๓. ถาม ในกรณีบริษัทส่งคนหางานไปทำงานยังบริษัทต่างๆ มีจำนวนมาก รับเงินเดือนจากบริษัทโดยตรง
แต่หักเงินจากลูกจ้างทุกๆ เดือน อย่างเช่นให้เงินเดือนลูกจ้าง ๒๐,๐๐๐ บาท แต่รับจากนายจ้าง
๒๘,๐๐๐ บาท เป็นต้น บริษัทเหล่านี้ไม่ได้ผ่านการจดทะเบียนจากกรมการจัดหางาน มีลูกจ้างประมาณ
๔๐๐-๕๐๐ คน มีหลายสาขา ด้านหน้าจะเป็นสถานที่สอนภาษาแต่ด้านในจะเป็นการับสมัครคนหางาน
กรณีนี้กรมการจัดหางานมีแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างไร
ตอบ การจัดหางานตามพระราชบัญญัติจัดหางานฯ กล่าวคือ บริษัทจัดหางานเป็นเสมือนตัวกลางใน
การหาลูกจ้างให้แก่นายจ้างโดยจะเรียกหรือรับค่าบริการตอบแทนหรือไม่ก็ตาม และให้หมายรวมถึง
การเรียกเงินหรือทรัพย์หรือประโยชน์อื่นใดเพื่อจัดหางานให้คนหางาน ส่วนกรณีนี้บริษัทซึ่งเป็น “ผู้รับจ้าง”
เป็นผู้รับสมัครและคัดเลือกพนักงานทุกตำแหน่งเพื่อเข้ามาเป็นพนักงานของตนเอง และอยู่ในความ
ควบคุม ดูแล และรับผิดชอบของบริษัท (ผู้รับจ้าง) โดยตรง กล่าวคือ ต้องเป็นผู้จ่ายค่าจ้าง การอบรม
ปฐมนิเทศ ตลอดจนดูแลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการต่างๆ ให้แก่พนักงาน นิติสัมพันธ์
มีลักษณะเป็น “นายจ้าง” กับ “ลูกจ้าง” ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑
เพียงแต่บริษัท “ผู้รับจ้าง” ส่งพนักงานของตนไปทำงานประจำกับบริษัทซึ่งเป็น “ผู้ว่าจ้าง” โดยมีสัญญา
และกำหนดระยะการว่าจ้าง เมื่อหมดสัญญาการว่าจ้างพนักงานต้องกลับมาทำงานประจำ ณ บริษัท
ต้นสังกัด โดยบริษัทผู้รับจ้างได้รับค่าบริการจากรายได้รวมของพนักงานแต่ละคนแต่ละงาน ซึ่งเป็น
การจ้างโดยวิธีเหมาค่าแรง (Outsource) จึงไม่เข้าข่ายของการจัดหางานตามพระราชบัญญัติจัดหางานฯ

๑๔. ถาม การยื่นขอโฆษณาการจัดหางาน ที่กำหนดให้ต้องรอถึง ๓ วัน จึงจะทำการโฆษณาได้นั้น เป็น อุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจด้านการจัดหางานที่ทำให้ล่าช้า และไม่พึงพอใจของนายจ้าง กรมการ-จัดหางานจะแก้ไขกฎระเบียบ โดยลดระยะเวลาให้โฆษณาได้เร็วกว่านี้ได้หรือไม่
ตอบ กรมการจัดหางานได้เห็นถึงปัญหาและให้ความสำคัญกับการแก้ไขกฎ ระเบียบที่ไม่จำเป็น เพื่ออำนวยความสะดวกให้เรื่องการจัดหางานแก่ภาคเอกชนได้ดำเนินธุรกิจเพื่อคนหางานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งขณะนี้ได้เสนอให้แก้ไขระเบียบว่าด้วยการโฆษณาการจัดหางานจากให้นายทะเบียนรับทราบภายใน ๓ วัน ให้ลดเหลือภายใน ๑ วัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการของฝ่ายกฎหมาย หากระเบียบได้รับการแก้ไขแล้วเสร็จเมื่อไหร่จะรีบแจ้งให้บริษัท / สำนักงานจัดหางานทราบทันที

๑๕. ถาม กรณีเรียกเก็บเงินคนหางาน ถ้าคนหางานได้งานทำแล้วและได้งานตรงตามตำแหน่งที่ต้องการ
และได้รับเงินเดือนเรียบร้อยแล้ว แต่คนหางานไม่ยอมจ่าย ๒๕% ให้กับสำนักงานจัดหางานในกรณีนี้
จะมีวิธีแก้ไขอย่างไร
ตอบ ตามข้อเท็จจริงคนหางานจะต้องจ่าย เพราะเป็นสัญญาเกี่ยวกับนายหน้า/ค่าตอบแทน หากมี
กรณีนี้เกิดขึ้นจะต้องใช้การฟ้องร้องทางแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหาย เพราะกฎหมายไม่ให้อำนาจนายจ้าง
หักเงินเดือนลูกจ้างได้

๑๖. ถาม หากนายจ้าง/คนหางานไม่ส่งคืนแบบฟอร์มต่าง ๆ เช่น จง.๓๒, จง.๔๒ ให้กับบริษัทจัดหางาน
บริษัทฯ จะมีความผิดหรือไม่
ตอบ ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานฯ กำหนดให้ผู้รับอนุญาตจัดหางานฯ ต้อง
ทำสัญญาจัดหางานให้คนหางานทำงานในประเทศ (แบบ จง.๓๒) และแบบใบส่งตัวคนหางาน (จง.๔๒)
ฉะนั้น บริษัทฯ ต้องติดตามเอกสารดังกล่าวเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบต่อไป

๑๗. ถาม การแจ้งข้อความการโฆษณาการจัดหางาน ถ้านายจ้างระบุว่าตำแหน่งงานยังเป็นความลับ
(ไม่ให้ระบุชื่อนายจ้าง) ทางบริษัทจัดหางานก็ไม่สามารถแจ้งโฆษณาได้ แต่จำเป็นต้องประกาศรับ
สมัครงานโดยไม่ระบุนายจ้าง ทำให้มีความผิด อยากทราบว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบการ
แจ้งข้อความการโฆษณาจัดหางานเมื่อไหร่

ตอบ ข้อความโฆษณาการจัดหางานต้องเป็นไปตามระเบียบกระทรวงแรงงานฯ ว่าด้วยการโฆษณา
จัดหางาน พ.ศ. ๒๕๔๕ ส่วนจากกรณีดังกล่าว กรมการจัดหางานได้จัดเก็บข้อมูลของบริษัทจัดหางาน/สำนักงานจัดหางาน เป็นความลับ ไม่มีการเปิดเผยอยู่แล้ว ส่วนสาเหตุที่ให้ระบุรายละเอียดต่างๆ นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่าตำแหน่งงานหรือนายจ้าง / สถานประกอบการนั้น มีอยู่จริง เพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่คนหางานได้

 

อ่าน 1227 ครั้ง